เทคนิคจากคนที่เคยเรียน IELTS ทักษะ speaking

เทคนิคจากคนที่เคยเรียน Speaking IELTS

 

ลองมาดูกันนะคะว่าแต่ละคนมีไอเดียอะไรในการทำสอบ Speaking ของ IELTS กันบ้าง

น้องคนแรก

– ใช้คำศัพท์ให้ หลากหลาย (ยิ่งยากยิ่งดี)
– อย่าใช้ คำศัพท์เดิมซ้ำๆ
– ถูกไวยากรณ์
– ให้มีคำเชื่อมประโยคแต่ละประโยคให้ประโยคสวยงามขึ้น (coherent and cohesion) เช่น however etc.
– ฯลฯ จำไม่ได้ล่ะ
ตอนนี้ก็รู้นะว่ามีเกณฑ์อะไรบ้าง แต่เวลาในห้องจริงๆก็ลืมหมด
ขนาดเตรียมประโยคไปแล้วเวลาจริงก็ไม่ได้ใช้
แล้วก็ลืมหมดเพราะตื่นเต้นจัด

ลืมไปถ้าอยากดูตัวอย่างspeaking test ก็ให้เข้าไปดูที่ youtube แล้วก็หา
IELTS speaking test part 1 หรือ 2 หรือ 3 ก็ได้

มาดูอีกท่านนึงนะคะ เป็นทิปที่ได้จากการ เรียน ielts กับ examiner ชาวอังกฤษค่ะ

1. การเลือกใช้คำ ก็ต้องเลือกใช้คำให้เหมาะสมกับเรื่องที่คุยค่ะ ( การเตรียมตัว : ก็ลอง list เป็นหัวข้อที่มักเป็น topic ถูกถามบ่อยๆ สัก 20 หัวข้อ เช่น..แฟชั่น, อาหาร, เทคโนโลยี, entertainment, favorite sport, travel, activities on weekends, etc.. จากนั้นก็ทำการ list คำศัพท์ไว้เลยค่ะ เช่น อาหารก็ควรมีคำว่า menu, recipe, diet, favourite dish, etc../ travel ก็เช่น domestic, international, trip, journey, expand the horizons, etc..)
2. ศัพท์สูงๆ คือหมายความว่า ระหว่างการสนทนาเราต้องปล่อยศัพท์ไฮโซออกไปบ้าง ไม่ใช่คุยแต่ศัพท์พื้นๆ แต่มีข้อแม้ว่า เราต้องใช้ให้ถูกต้องตามกาลเทศะด้วย และต้องออกเสียงให้ถูกนะคะ หรือบางทีอาจจะใช้เป็นวลีของฝรั่งก็ได้…อย่างเช่น…เค้าถามว่า Thesedays people can access to the internet easily…what do you concern about this technology? เราก็อาจจะเปิดประเด็นด้วยววลีว่า….Well, I think the Internet is like a double-edged sword…it contains a raft of advantages, and at the same time it could harm people. By this…ก็ขยายความไป…3. ความต่อเนื่องกลมกลืนในการพูด ซึ่งก็ต้องอาศัยคำเชื่อม เช่น however, nevertheless, on the ohter hand, adversely/// moreover, furthermore, in addition/// fortunately, unforetunately…etc..4 ความคล่องในการพูด ต้องพูดได้คล่อง แต่คำว่าคล่องไม่ได้แปลว่าพูดเร็วนะคะ คำว่าคล่องก็คือว่า สามารถพูดได้อย่างต่อเนื่องชัดถ้อยชัดคำมีจังหวะจะโคนทีสม่ำเสมอ ไม่เร็วเกินไป และไม่ช้าจนผิดปกติที่คนควรพูดกัน โดยที่มีจังหวะหยุดคิดได้บ้างเป็นห้วงเวลาสั้นๆ และระหว่างหยุดคิดไม่ควรหุบปากเงียบไปเฉยๆ ให้ออกเสียง ummm…., errr……, well….., let me think….

5 ไวยากรณ์ ควรพูดได้ถูกหลักไวยากรณ์ (ผิดบ้างนิดๆหน่อยๆได้ ไม่เป็นไรค่ะ) แต่ควรเลือกพูดให้หลากหลาย…อย่างเช่นเค้าถามมาว่า…Could you please introduce yourself, are you working or studying…ก็ใส่ไปเลยให้หลายๆ tenses…e.g. I was born in the Northern part of Thailand, which is called Chiang Mai. I grew up there and obtained my Bachelor’s degree from Chaing Mai University. After my graduation I moved to BKK, I had worked as a government employee for 2 years. Then I changed my carreer to have my own business, and I have been working for my own company as a director for 1 year. And in the near future I would expand 3 more branches in the heart of BKK.

6. Passion คือ การแสดงอารมณ์ตามเรื่องราวที่เราพูด ควรทำไม้ทำมือตามไปด้วย เรื่องสนุกก็ยิ้ม…เรื่องกีฬาก็ทำท่าไปเลย..ทำท่าหวดเทนนิสก็ได้…แต่อย่า ทำท่าชี้หน้า…เค้าถือว่าไม่สุภาพ

7. ฝรั่งเค้าจะไม่ค่อยพูดถึงเรื่อง negative เพราะฉะนั้น ควรทำตัวคิดบวก เสนอแนวคิดแต่แง่มุมดีๆ ถามอะไรถ้าไม่รู้ก็พยายามตอบ อย่าไปบอกว่าไม่รู้ อย่าขอเปลี่ยนหัวข้อ เช่น ถามว่าคุณออกกำลังกายบ่อยแค่ไหน..ถ้าเราเป็นคนไม่ออกกำลังก็พยามพูดให้ เหตุผลไปว่าทำไม…เช่น…well,..to be honest,…I don’t work out regularly. The only exercise that I do is just walking from my house to the nearest bus stop.555( หัวเราะไปเลย) However, I do concern that I need more exercise to keep fit..but .. you know…after work, I usually feel completely exuasted and finally I mostly endup my day as a couch potato. But…I do promise with myself that next month I will go jogging 3 days a week..อะไรก็ว่าไป

8. ตอบให้ตรงคำถาม…ไม่ใช่ถามมาอย่าง ตอบไม่ได้ก็แถไปอีกอย่าง…จะให้ดีสรุปตอนท้ายไปด้วยจะเจ๋งมาก…เช่น..พอ เราเล่ามาว่า INTERNET มีข้อดีข้อเสียต่างกันยังไง สุดท้ายก็อาจสรุปว่า…Overall, I view that the Internet is a part and parcel of modern people.

 

เอาล่ะค่ะ ลองมาดูไอเดีย สำหรับการเตรียมตัวสอบ IELTS Speaking ไอเดียสุดท้ายกันนะคะ

 

1. ไม่ต้องใช้ประโยคอะไรซับซ้อนมากมาย แต่ต้องใช้ให้ถูกต้อง หลักๆก็ใช้ Present Simple, Past Simple ถ้าเล่าเรื่องอดีต Present Continuous และ Present Perfect

2. คำศัพท์ ถ้ารู้ศัพท์แบบเหนือกว่า simple ก็อาจจะเป็นผลดีต่อคะแนน เวลาเขาสัมภาษณ์ให้แสดงความคิดเห็นว่าการส่งลูกไปเรียนที่โรงเรียนหรือเรียน อยู่ที่บ้านอันไหนดีกว่ากัน ก็ต้องตอบให้ตรงคำถาม และมีศัพท์ เช่น  social norm อะไรเงี้ย ก็ช่วยเพิ่มคะแนนได้

3. ถ้าหากไม่เข้าใจ ก็ไม่จำเป็นต้องทำเป็นเข้าใจ และตอบไปอย่างไม่เข้าใจ 55 อันนี้จะทำให้เสียคะแนนอย่างมาก เพราะจริงๆการสื่อสาร มันเป็นธรรมชาติที่เราไม่อาจจะเข้าใจได้อย่างชัดเจนเสมอไป ดังนั้น การถามซ้ำไม่ใช่เรื่องที่บ่งบอกว่าเราไม่รู้เสมอไปสักหน่อย

ถ้าฟัง ไม่เข้าใจก็ให้ถาม IELTS Examiner ไปเลยว่า Could you repeat that please? หรืออยากจะถามย้ำว่าที่เราเข้าใจนั้นถูกต้องไหม ก็อาจจะถามว่า Do you mean……? เราจะได้ตอบได้ตรงคำถาม ซึ่งมีผลต่อคะแนน

4.  ถ้าหากคำถามนั้นยาก ไม่รู้จะตอบอะไร อย่านิ่งอึ้งไปเลยนะคะ แม้ความจริงจะอึ้งกิมกี่ก็ตาม ก็ต้องมีลีลาในการอึ้งอย่าให้เขารู้ว่าเราอึ้ง
ถ้าจะประวิงเวลาในการคิดสักเล็กน้อยให้พูดว่า That is an interesting/difficult question. Let me think for a moment?

5. อย่าตอบวกวน เยิ่นเย้อ ควรตอบให้กระชับ ได้ใจความ และตอบคำถามให้ครบ โดยเฉพาะใน Part 2 หากตอบยาว เยิ่นเย้อ จะทำให้ตอบคำถามได้ไม่หมดทุกประเด็น ก็จะเสียคะแนนไปอย่างน่าเสียดาย

6. อ่านพวกนิตยสาร หนังสือพิมพ์เข้าไว้ จะได้ศัพท์หลากหลาย และมีไอเดียในหลายๆแวดวง ก็จะส่งดีที่คาดไม่ถึงต่อการสอบ IELTS speaking ได้ไม่น้อยเลย

6. Last but not least, เวลาพูดให้ยิ้มแย้มแจ่มใส แสดงความมั่นใจในการตอบ positive เข้าไว้ (แม้ในใจจะสั่นพับๆก็ตาม) สบตาปิ๊งๆกับ IELTS Examiner ด้วย อย่าเอาแต่ก้มหน้าก้มตาพูดๆ อย่าให้ออกมาจากห้องสอบแล้วยังงๆว่าเมื่อกี้ Examiner หน้าตาเป็นแบบไหน เพื่อสร้างความประทับใจกับคู่สนทนา อันนี้ก็มีผลต่อคะแนนโดยไม่รู้ตัว

ที่ จำได้ก็ประมาณนี้นะคะ ที่สำคัญคือต้องฝึกหัด พูดๆ พูดคนเดียวก็ได้ ลองนึกเป็น list มาว่าน่าจะถูกถามเรื่องประมาณไหนบ้าง ลองคิดคำตอบดูเล่นๆไปเรื่อยๆ ถ้าถามเรื่องนี้ เราจะตอบว่าอะไร ก็จะช่วยให้ได้ฝึกทั้งไอเดียและภาษาไปได้อีกด้วย และเมื่ออยู่ในห้องสอบ IELTS สมาธิสำคัญมาก เพราะบางทีเวลาเราตื่นเต้นก็มักจะชอบปล้ำเป๋อ ทำอะไรที่ไม่น่าจะทำไป

แล้วคุณจะพบว่าการสอบ Speaking IELTS เป็นพาสที่สนุกที่สุดและไม่ยากอย่างที่คิด อาจจะอยากพูดต่อๆไม่อยากจะออกจากห้องสอบเลยก็ได้

ขอให้โชคดีกับการสอบนะคะ